มาอัพบล็อกค่ะ!!! ในที่สุดหลังจากหายไปนาน รินก็กลับมาแล้วค่ะ-_______________- /หัวเราะ
 
วันนี้มาอัพนิยายค่ะ เป็นนิยายเก่าที่ทำไฟล์หาย แล้วก็เขียนใหม่ค่ะ การบรรยายเนื้อหาอาจดูมึนๆงงๆ ตัดฉากไปมา/เพื่อนบอกมา/  ยังไงก็ขอโทษล่วงหน้านะคะถ้าอ่านแล้วงง คือ รินไม่ได้เขียนนิยายมาพักใหญ่แล้วค่ะ คำบรรยงบรรยายก็หลงๆลืมๆไปหมดแล้ว-__-
 
เป็นเรื่องราวของเด็กชายที่มีความฝันแต่กลับปล่อยตั้งมันไว้อย่างนั้น จนวันหนึ่ง ก็ตัดสินใจขุดความฝันนั้นขึ้นมา เพื่อทำตามสัญญาที่เคยมีให้กับพ่อของตน แล้วก็เดินทางไปกับทหารอีก1นายที่ตั้งใจจะออกจากเมืองเช่นกัน.... มันก็ประมาณนี้ล่ะค่ะ   
 
แต่ชื่อยังไม่เป็นทางการ ตั้งไว้แก้ขัดก่อน ฮ่าๆๆๆๆ
 
 
รบกวนด้วยนะคะทุกคนที่อ่าน ติชมได้นะครับบบ จะได้ปรับปรุง  (ถ้าแก้ได้นะคะ) /หัวเราะ 
 
 
++++++++++++++++++++++++++++
 

 

 

 

 

 

 

 

 

พ่อฮะ ทำไมพ่อถึงเป็นนักผจญภัยล่ะฮะ?

ก็..มันวิเศษนะ ได้เห็นโลกที่เราไม่เคยเห็น ได้เห็นสิ่งแปลกตา

เหรอฮะ... แล้วที่พ่อเลิกเดินทางเพราะพ่อติดแม่ใช่มั้ยฮะ

อะ จะเฮ้ย...

ฮ่าๆๆๆ พ่อหน้าแดงแล้วว

แหม มันก็นะ...ถ้าลูกได้เจอกับความรัก ซักวันลูกจะเข้าใจเอง

แล้วผมจะเดินทางไปกับพ่อได้รึเปล่า

ได้สิ แต่ต้องโตกว่านี้ก่อน

เมื่อไรล่ะฮะ

....ซัก15ปีแล้วกัน ถึงเวลานั้นแล้ว พ่อจะพาลูกไปเจอโลกภายนอก โลกที่ต่างจากที่นี่

ครับบบ

.

.

.

.

งั้นสัญญานะฮะ ถ้าผมอายุ15เมื่อไร ผมกับพ่อจะไปผจญภัยด้วยกันนะฮะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

ตอนที่1 เด็กชายกับความฝัน

 

 

                “พ่อฮะ..”  เด็กชายลืมตาขึ้นช้าๆพร้อมกับเสียงกึงกังที่ดังมาจากชั้นล่าง เขากวาดสายตามองรอบห้อง อาจะเป็นเพราะเพิ่งตื่นเลยทำให้มองเห็นไม่ชัด เด็กชายยันตัวขึ้นนั่ง ขยี้ตาไปมา นัยนต์ตากลมโตสีฟ้าใสกับผมเซ่อยุ่งสีครีม ดูไม่จืดสำหรับคนเพิ่งตื่น ข้างนอกหน้าต่าง หิมะกำลังโปรย หน้าต่างเต็มไปด้วยไอเย็น ปกติของฤดูหนาวในช่วงสิ้นปี

                เขาซึมไปวูบนึง ภาพของพ่อในความฝันยังคงติดตาอยู่ พ่อที่เป็นแบบอย่างผู้ไม่ย้อนกลับมา

                “พี่คูล ตื่นแล้วเหรอคะเป็นอะไรรึเปล่า” 

                “อ่า.. อืม”  ‘คูล’ปรับสีหน้า ส่ายหน้าเบาๆแล้วยิ้มออกมา  “เปล่าหรอก”

                “งั้นเหรอคะ..”  เด็กผู้หญิงตัวเล็กหลังประตูพูดเบาๆยกมือขึ้นบังปากตัวเองนิดๆ ดวงตากลมสีดำดูหม่นหมองนี้คือใบหน้าปกติของเธอ ทุกคนมักมองว่าเธอเป็นเด็กอมทุกข์..

                “อะไรน่ะคิว พี่คูลตื่นแล้วเหรอ”  เด็กชายที่ดูแก่กว่าเด็กหญิงอมทุกข์ชะโงกหน้าเข้ามา

                “อ่าฮะ พี่ตื่นแล้ว”  คูลพยักหน้าลุกเดินไปที่ประตู  “แม่ล่ะ”

                “แม่ไปตลาด พี่ตื่นช้านะวันนี้” 

                “อืม.. ว่าแต่ คาร์ล นายทำอะไรที่ชั้นล่างเมื่อกี้”  เขาถามพลางเดินลงบันไดไปชั้นล่าง ตามมาด้วยน้องสาวและน้องชาย

                “เหอออ เสียงดังขนาดนั้นเลยเหรอ”  คาร์ลยิ้มกว้างๆ คูลยกมือขึ้นดีดหน้าผากน้องชายตัวเองอยากหมั่นไส้

                “ตื่นเพราะเสียงนายนั่นแหละ”

                “อะไรอ่ะ อย่ามาโทษผมนะ! พี่ไม่ตื่นผมก็เลยปลุก...อุก!”

                คาร์ลที่เดินตามหลังชนกับหลังของคูลเต็มๆ เขากุมหน้าผากตัวเองบ่นอุบอิบ เมื่อกี้ก็โดนดีดหน้าผาก นี้ก็หน้าผากชมหลังเต็มๆ เจ็บ!!  “พี่หยุดเดินทำไม”

                “…..”

                “ฮัลโหลวๆ พี่ ทำไมหยุดเดินล่ะ เฮ้”

                คูลค่อยหันหน้ามาช้าๆ แสยะยิ้มกว้างพร้อมไฟลุกโชกรอบตัวที่ไม่รู้มาจากไหน เขาชี้ไปห้องข้างหน้าซึ่งเคยมีสภาพเป็นห้องครัว

                “นาย...ทำอะไรกับห้องครัว...??”

                “ผมแค่พยายามจะทำกับข้าว”

                “ทำกับข้าว? ถึงกับต้องพังห้องครัวเลยเหรอ!!?”

                “ผมไม่ได้ตั้งใจนะ! พอต่อเก้าอี้จะหยิบน้ำตาลที่อยู่ในตู้ มันก็ลื่นตกลงมาใส่ถุงแป้งข้างๆ ทีนี้พอผมจะเก็บ ผมก็สะดุดเท้าทำโกโก้หกใส่ตู้ แล้วก็ แล้วก็..!!”  คาร์ลอธิบายเลิกลั่กเมื่อเห็นพี่ชายตัวเองกำลังขยายร่างใหญ่ขึ้นในขณะที่ตัวเขาหดลงเหลือนิดเดียว คูลคว้าคอคาร์ลที่กำลังจะวิ่งและแสยะยิ้มกว้างกว่าเดิม

                “ไม่ต้องวิ่งเลยนะ เหอะๆ....”

                ขออนุญาตตัดภาพไปที่คิวที่ยืนถือป้าย ‘กรุณารอซักครู่’

 

                “ครบเวลาแล้วเก็บกวาดให้เรียบร้อยด้วยล่ะ”  พี่ใหญ่ถอนหายใจ คาร์ลนั่งคุกเข่ายกมือขึ้น2ข้าง บนหัวมีรอยปูดหลายรอบ

                “ฮะ...ฮือออ....”

                “ไม่ต้องร้องเลย คราวหน้ามีอะไรก็ปลุกพี่สิ ไม่ใช่ไปพังห้องครัว เข้าใจมั้ย”

                “คร้าบ...”

                คิวยืนมองนิ่งๆ แล้วหันไปมองประตูหน้าบ้านที่เปิดออกพร้อมหญิงสาวกับลูกหมา ในมือของเธอหิ้วถุงสีน้ำตาลแก่2-3ใบ

                ‘คาไรน์’ คุณแม่ลูก3 ที่มองยังไงก็เป็นคุณแม่ยังสวยชัดๆ วางถุงทั้งหมดลงบนโต๊ะกินข้าว  “แม่กลับมาแล้ว ตื่นตั้งแต่เมื่อไรน่ะ”

                “เมื่อกี้ฮะ”  คูลตอบ มอง’เซีย’เจ้าลูกหมาพันธุ์ไซบีเรียที่วิ่งไปกระโดดจะให้คิวอุ้ม

                “แล้ว..คาร์ล่ะ”

                “ห้องครัวฮะแม่” 

                หญิงสาวพยักหน้าเดินไปที่ห้องครัวตั้งใจจะหาลูกชายคนรอง แล้วเสียงกรี๊ดแหลมๆก็ดังขึ้นตามมาด้วยเสียงพูดไม่เป็นภาษาของผู้เป็นแม่และเสียงโอดโอยของผู้เป็นลูก คงจะโดนบิดหูไม่ก็โดนตี คิวอุบอิบหัวเราะเนียนทำเป็นเล่นกับหมาเหมือนไม่ได้ยินเสียงอะไร

                คูลส่ายหัวแยกของที่แม่ซื้อมา

                                แก็ก

                “อ่ะ?”  เด็กชายเลิกคิ้ว เหมือนจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง เขายกถุงขึ้น กุญแจสีทองขุ่นถูกทับไว้             คูลเพ่งมองอย่างสงสัย  “แม่ นี้กุญแจอะไร”

                “อะไรนะ?”  คาไรน์ชะโงกหน้าออกมาจากห้องครัว เธอมองกุญแจลูกนั้นแล้วเบือนหน้าไปทางอื่น  “กุญแจห้องใต้ดิน”

                “งั้นเหรอครับ..”

                คูลมองประตูห้องใต้ดิน ห้องที่ใช้เก็บของต่างๆของเก่าเก็บ หรือของที่ใช้ไม่ได้แต่ก็ไม่ทิ้ง รวมทั้งของใช้ทั้งหมดที่เป็นของพ่อของเขา ของทั้งหมดครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นก็เมื่อ5ปีก่อน... พ่อของเขาไปโดยไม่กลับมาอีก ไม่มีคำอำลาใดๆ

                “พี่คูล” 

                “หืม?”

                “พรุ่งนี้วันเกิดพี่ใช่มั้ย”

                “อ่า จริงด้วย”

                พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของเขา ครบ15ปี.. 15ปี.. 

                เด็กชายก้มมองกุญแจในมือ  ความคิดบางอย่างเข้ามาในหัวของเขา  คิวมองกุญแจดอกนั้นอย่างสนใจวางเจ้าเซียลงแล้วเดินเข้าไปดูใกล้ๆ

                “พี่คะ กุญแจห้องไหน”

                “ห้องใต้ดิน”

                “งั้นเหรอคะ หนูขอเอาไปเป็นแบบวาดรูปได้มั้ย”

                คูลพยักหน้ายื่นกุญแจให้น้องสาว คิวยิ้มรับลูกกุญแจวิ่งไปหยิบกล่องไม้เก็บสีเทียนกับกระดาษที่ชั้นวางใกล้ๆแล้วกลับมานั่งที่โต๊ะ เขามองคิวสลับกับหยิบของในถุงออกมาแล้วแยกย้ายไปเก็บตามที่ต่างๆของบ้าน

                กุญแจห้องใต้ดินดอกนั้น มันดึงดูดเขาจริงๆ ดึงดูดให้เขาคิดจะทำอะไรบางอย่าง ที่เคยลืมไป เมื่อนานมาแล้ว

 

 

                “เฮ้อ”  เสียงถอนหายใจดังเป็นระยะ  เด็กชายนอนไม่หลับ เรื่องบางอย่างรบกวนจิตใจเขาตั้งแต่เช้า ความมืดไม่ได้ช่วยอะไรเลย

                เขายกแขนประสานมือรองท้ายทอย มองออกไปนอกหน้าต่าง หิมะยังคงตก ...

                “พรุ่งนี้ 15ปี ...จะอายุ15แล้ว”  คูลยิ้ม  “นี่เซีย วันนี้แกมานอนกับฉัน ขอระบายหน่อยแล้วกัน”

                ลูกหมาเหลือกตามอง ใบหูตั้งเหมือนกำลังตั้งใจฟัง

                “ตอนฉันเด็กๆ เคยสัญญากับพ่อว่าจะออกไปเจอใหม่ๆด้วยกัน”  เขาพูด  “แต่แล้วอยู่ๆพ่อก็จากเราไป ความฝันของฉัน ก็เลยกลับลงกรุไปซะแล้ว ฮ่ะๆ”

                เขายกมือขึ้นซับน้ำตาที่ทำท่าเหมือนจะไหลออกมา เขาไม่ได้อยากจะร้อง แต่พอพูดถึงเรื่องนี้ทีไรมันอดไม่ได้ทุกที  “แกว่าฉันจะทำอะไรดี พรุ่งนี้?”

                ไม่มีเสียงใดๆจากเซีย มันเหลือกตามองเจ้านายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นพร้อมกับเสียงบางอย่างตกกระแทกพื้น คูลหันควับลุกขึ้นนั่ง สายตาสะดุดกับบางสิ่งที่สะท้อนแสงนิดๆตรงที่นอนของเซีย

                “อะไรน่ะ?”  เขาลงไปคลำสิ่งนั้นบนพื้น ยกขึ้นให้กระทบกับแสงไฟข้างนอก  “กุญแจ! แกเอามาจากไหนเนี่ย”

                ลูกหมาส่ายหางไปมา พร้อมกับเลียใบหน้าขาวเนียนของคูล ซึ่งเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรเซียมากนัก กุญแจที่อยู่ตรงหน้ามัน...

                “ฉันรู้แล้ว...ขอบใจมากนะเซีย”  เด็กชายยิ้มกว้าง อุ้มลูกหมาขึ้นกอด  “ฉันจะไปจากที่นี่ ฉันจะไปเจอโลกแบบที่พ่อเคยเห็น”

                คูลวางลูกหมาลงแล้วทำเสียงจุ๊ๆ ปิดประตูห้องให้เบาที่สุด  พอเห็นทุกคนคงจะหลับไปแล้ว เลยเดินลงไปชั้นล่างและหยุดอยู่ตรงหน้าประตูห้องใต้ดิน

                ข้างล่างนี่สินะ  เขาคิด  2มือช่วยกันไขกุญแจ เปิดประตูเบาๆ ข้างในห้องมืดมาก โชคดีที่หยิบเทียนติดมือมา เลยยังพอมีแสงให้มองเห็นบ้าง ฝุ่นข้างในห้องเต็มไปหมด จนนึกอยากจะจามออกมาแต่ก็ทำไม่ได้ เขาเดินมาจนสุดมุมห้อง 2ข้างทางเป็นของเก่าที่ตั้งเรียงไว้ กระเป๋า เชิงเทียน เก้าอี้ไม้เก่าๆที่ปลวกแทะ ไยแมงมุมอีกเพียบ โอ้... รู้สึกคันๆจมูกยังไงชอบกล

                “???”  เด็กชายสะดุดกับของบางอย่างที่ถูกคลุมด้วยผ้าลินินสีขาวเก่าๆ  “กรอบรูปเหรอ?”  เขาพึมพำ ยื่นมองออกไปจับชายผ้าและดึงมันออก เผยรูปของผู้ชายกับผู้หญิงคู่หนึ่งกำลังยิ้ม ฝ่ายหญิงคือคาไรน์ ฝ่ายชายคงจะเป็นใครไปไม่ได้  คูลยืนมองรูปนั้นอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะสังเกตเห็นกระเป๋าสีเขียวแขวนอยู่ข้างๆ มันมีฝุ่นจับเต็มไปหมด

                เด็กชายหยิบกระเป๋าใบนั้นมากอด แล้วเริ่มมองหาของต่างๆบนพื้น ทั้งที่จำเป็นหรือไม่จำเป็น เขาหยิบใส่เข้ามาในกระเป๋าให้หมด กะว่าจะเอาไปคัดอีกทีบนห้อง

                ใช้เวลาไม่นานนัก คูลกลับขึ้นมาบนห้อง เขาโยนกระเป๋าไปที่เตียง ส่วนตัวเองเดินไปหยิบขนมปัง4-5ชิ้นกับขวดน้ำ2ขวดบนหลังตู้ ขนมที่เขาแอบเอาเข้ามาไว้กินตอนก่อนนอนทั้งๆที่แม่นั้นห้ามแล้วห้ามอีกเรื่องเอาขนมเข้ามากินในห้องนอน เซียนั่งมองอย่างสนใจพวงหางฟูๆส่ายไปมา มันไม่รู้หรอกว่าเจ้านายนั้นคิดจะทำอะไร แต่ดูแล้วคงเป็นเรื่องน่าสนุก..ล่ะมั้ง

                คูลยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เทของที่หยิบใส่กระเป๋าออกมากองไว้บนเตียง เขาสะบัดฝุ่นที่กระเป๋าแล้วเริ่มแยกของใช้จำเป็นใส่ลงไป เชือก ...กระปุกยา แต่คงใช้ไม่ได้แล้วล่ะ หมดอายุ เลยโยนทิ้งไป เข็มทิศ นาฬิกา แปรงกับยาสีฟัน...แผนที่..อ๊ะ หยิบติดมาด้วยแฮะ  “หมดแล้วมั้ง”  เขาคิด ใส่ขนมปังกับขวดน้ำลงเป็นอย่างสุดท้าย

                เด็กชายสวมเสื้อกันหนาวและคลุมผ้าคลุมมีฮูด ผูกเชือกรองเท้าหนังที่ตั้งแต่ซื้อมาได้ใช้เพียงไม่กี่ครั้ง เหลือบมองนาฬิกาเรือนแขวนบนผนังห้อง 5ทุ่ม58นาที สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ..การตัดสินใจในครั้งนี้ เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้กลับมารึเปล่า แต่ว่านี่เป็นสิ่งที่เขาอยากจะทำมาตลอด ...

                “ฉันจะไม่เสียใจกับการตัดสินใจของตัวเอง”  

                คูลอุ้มเซียไว้ในอ้อมกอด เปิดหน้าต่างห้องนอนกว้างๆ หิมะบางส่วนโปรยเข้ามาข้างใน

                เด็กชายเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดมิด  “...ผมจะไปแล้วนะ การผจญภัยของผม ตามที่สัญญา พ่อ...” 

การผจญภัยตอนอายุ15ปีของผม กำลังจะเริ่มก้าวแรก...

++++++++++++++++++++++++++++
 
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามานะคะ^^ /โดดกอด

Comment

Comment:

Tweet

กรี๊ดดดดด อ๊าาา ชอบคูลคุงจริงๆ //จินตนาการ (?)
ตระกูลตัว ค. นี่เร้นลับได้อีก  
รู้สึกรินจังแต่งฟิค จัดรูปแบบได้เป็นระเบียบ อ่านง่าย ไม่ลายตา ดีขึ้นเยอะเลย (เมื่อเทียบกับเอนทรี่ก่อนๆแล้ว) double wink
(นี่ก็พึ่งกลับมาเล่นบล็อคจริงๆจังๆเหมือนกัน สุดท้ายก็ดองไปซะเดือน 555555555555+)
จะออกจากบ้านก็อย่าลืมเขียนจดหมายทิ้งไว้ด้วยนะ *ผิด* 
ถ้าเพิ่มความเร้นลับๆไปเรื่อยๆ คงสนุกเพิ่มทวีคูณ
ไฟท์โตะน้า
รอตอนต่อไปจ้า

#1 By Aloil ♠ Iyochan on 2012-12-11 22:32