กลับมาค่ำวันคริสมาสค่ะ!! ช่วงนี้การบ้านโรงเรียนเยอะ... ไม่แน่ใจว่างานเยอะจริงหรือรินดองงานมากเกินกันแน่/หัวเราะ

วันนี้ก็กลับมาอัพนิยายค่ะ  ง่วงมากกก หนังตาจะหลับซะให้ได้ งานยังไม่เสร็จ แต่ยังอู้มาอัพนิยายจนได้=____=

หวังว่าโซริวคงไม่เห็นนะ /ซะที่ไหนกันล่ะ..

+++++++++++++++++++++++++

ตอนที่2 ทหาร

                เช้าวันใหม่เต้นด้วยท้องฟ้าสีขาวโพลนไร้ซึ่งแสงอาทิตย์ มีหิมะเพียงเล็กน้อย ผู้คนในหมู่บ้านเริ่มทะยอยออกมา บ้างก็เข้าตลาด เด็กบางคนก็วิ่งออกมาเพื่อเล่นกับกองหิมะหน้าบ้าน

                ในบ้านหลังเล็กที่ท้ายตลาด เด็กหญิงกับเด็กชายตัวเล็กๆ วิ่งแท่ดๆๆๆเปิดประตูหรืออาจกระโดดถีบ เข้าไปในห้องอย่างไม่นึกเกรงใจคนที่นอนอยู่ข้างในแม้แต่น้อย

                “พี่คูล สุขสันต์วันเกิดพี่คูล!!”  คาร์ลกับคิวพูดด้วยน้ำเสียงอันดัง แต่พอมองดูดีๆแล้วกลับไม่พบร่างของพี่ชายที่คุ้นตา บนเตียงมีของที่ไม่เคยเห็นในบ้านอย่างกระปุกยาเก่าๆกับผงฝุ่นกระจัดกระจายอยู่รอบๆ

                “แม่! พี่ไม่อยู่!”  คาร์ลชะโงกหน้าตะโกนบอกแม่ที่อยู่ชั้นล่าง คิวชี้ไปที่บานหน้าต่าง

                “หน้าต่างเปิดอยู่ เซียก็หายไป”

                “แม่! พี่คูลแอบเอาเซียไปต้มกินซะแล้ว!!” 

                “พี่คาร์ล พูดอะไรน่ะ”  คิวหันมาทำหน้าตาย คาร์ลไม่ได้สนใจน้องสาวซักเท่าไร วิ่งลงไปข้างล่าง สวนทางกับคาไรน์ที่ยืนมองประตูห้องใต้ดินด้วยร่างกายที่สั่นเล็กน้อย เธอยื่นมือไปสัมผัสกับแม่กุญแจที่คล้องไว้เฉยๆไม่ได้ล็อค ตัวเธอในตอนนี้เหมือนจะรู้สึกถึงความคิดของลูกชายแต่ยัง ภาวนาขออย่าให้เป็นอย่างที่คิด

                คิวชะโงกหน้ามองลงมาจากราวบันได คาไรน์รีบผลักประตูบานนั้นและวิ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว อย่าที่คิดไว้ไม่ผิด ผ้าลินินที่เคยคลุมกรอบรูปไว้ลงมากองอยู่กับพื้น กระเป๋าเดินทางของอดีตสามีนั้น..หายไป..

                “แม่..?”  คาร์ลส่งเสียงเรียกเบาๆ ไม่กล้าเข้าไปเมื่อเห็นว่าแม่ตัวเองนั้นกำลังสั่น.. แต่ไม่ใช่สั่นเพราะความกลัว อาการแบบนี้เขาเคยเห็น.. ทุกครั้งเวลาที่แม่ของเขานั้นกำลังจะ...

                “คูลลลลลลลลลลลลลลลเลอร์ร์ร์ร์ร์!!!!!! ไอ้ลูกบ้า!!! กล้าดียังไงหนีออกไปโดยไม่บอกแม่ซักคำแบบนี้!!!!!”

                คุณแม่ยังสวย... กำลังกลายร่างเป็นอภิมหามาร...ดาพ่นไฟ

 

 

                “อะ ฮะ..ฮัดชิ่ววว!!!!”

                เด็กชายยกมือปาดใต้จมูกแล้วกอดตัวเองแน่น พายุหิมะเหมือนกำลังจะเข้ามา ความรู้สึกในตอนนี้เสื้อกันหนาวกับผ้าคลุมไม่ได้ช่วยห่าเหวอะไรเลยซักติ๊ดว่ะครับ...

                “โทษทีนะเซีย จากตรงนี้ไปอีกนิดนึง เดี๋ยวก็ถึงเขตแดนแล้ว”  คูลก้มหน้าเล็กน้อย ลูกหมาในอ้อมแขนลู่ใบหูลงเหมือนพยายามจะทำตัวให้เล็กที่สุดเพื่อจะได้ไม่โดนลมหนาว

                ตามแผนที่วางไว้ การจะออกจากเมืองที่อาศัยอยู่ได้ จะเป็นตัวผ่านเขตแดนไปเสียก่อน กว่าจะถึงจากท้ายตลาดก็ราวๆ2กิโลเมตร  แล้วเขตแดนนั้นยังเป็นพื้นที่ที่ประหลาด จะมีฤดูร้อนตลอดทั้งปี บางที พอไปถึงที่นั้น อาจจะมีไข้ขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

                คูลล้วงหยิบแผนที่จากในเป้ โอย น้ำมูกจะไหล นี่มันหนาวจริงๆนะเนี่ย..  เขามองตัวอักษรในกระดาษอย่างเงอะงะ จะว่ายังไงดีล่ะ ตอนนี้ นอกจากสีขาวๆแล้วเขาแทบจะมองอะไรไม่เห็นอีกเลย แถมตอนนี้ก็ไม่รู้ด้วยว่าตัวเองอยู่ที่ไหน หวังว่าคงจะไม่เดินผิดทางจากที่คิดเอาไว้หรอกนะ

                “ฮัดชิ่วว!”  เสียงจามในรอบที่10กว่าของวัน  “มันจะหนาวอะไรขนาดนี้เนี่ย!!”  เด็กชายเริ่มบ่น แสบจมูก เริ่มหนาว.. เหมือนไข้จะขึ้น...

                “ห๊ะ..ทำไม มืดอีกแล้วล่ะ..?”  เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังเซไปข้างหน้า ร่างกายวูบล้มลงไป

                .              

                .

                .

                “หืม... เด็ก?” 

 

 

                “อืมมมมม.......”  นัยน์ตาฟ้าปรือขึ้นเล็กน้อย เด็กชายรู้สึกถึงความร้อนของไฟที่อยู่ใกล้ๆ เขาหันมองข้างๆ กองไฟสีแดงกำลังโบกสะบัดไปมา  “ที่ไหนน่ะ”

                ใช้เวลาไม่นานนัก ในที่สุดเขาก็นึกออกถึงสิ่งที่เพิ่งจะทำลงไป 1.หนีออกจากบ้าน 2.พาหมามาด้วย และ3.โลกมืดกลางทาง....

                “ในถ้ำ”

                “เอ๊ะ!?”  คูลสะดุ้งเฮือก สปริงตัวขึ้นนั่งอัตโนมัติ เขาเพิ่งสังเกตเห็น  ถัดจากกองไฟยังมีชายหนุ่มนั่งอยู่อีกคน เขานั่งกอดอก ผมสีดำสนิทยาวเลยบ่า ดวงตาสีน้ำเงินกับหน้าตาดูอมทุกข์...มากๆ  “คุณ..เป็นใคร”

                “....คนที่ผ่านมา บังเอิญเจอเด็กนอนกินน้ำแข็งใสอยู่ข้างนอกนั่น”

                “หมายความว่าไงฮะ”  เด็กชายสะดุดกับคำว่านอนกินน้ำแข็งใส.. คงจะหมายถึงเขาสินะ  แต่เขาไม่ได้กินหิมะซะหน่อย!!  “อ่ะ หมาผมไหน!? คุณจับทำเนื้อย่างแล้วเหรอ!!”

                “ให้ฉันกินหมาแบบนั้น ฉันยอมอดข้าวตายยังดีกว่า”  เขาพูด  “อยู่ข้างๆนายน่ะ”

                คูลเลิกคิ้ว เพิ่งเห็นว่าตัวเองมีเสื้อคลุมสีกรมท่าตัวใหญ่ห่มทับอยู่ พอยกผ้าขึ้นก็พบว่าสัตว์เลี้ยงของตนกำลังหลับอย่างสบาย

                “ไง ฉันกินหมานายเข้าไปรึยังล่ะ”

                “คุณอาจกินเข้าไปแล้วคายออกมาก็ได้..”  คูลอุบอิบ ถึงจะรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ก็เถอะ

                “คงงั้น”  เขายักไหล่

                เด็กชายมองชายหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า แบบฟอร์มเสื้อที่เขาสวมอยู่มันเตะตา  “คุณเป็นทหารเหรอ?”

                “....คงงั้น”

                “.....ผมเกลียดทหาร”

                “หืม?”  ชายคนนั้นทำหน้าสงสัยเล็กน้อย  “ทำไม?”

                คูลไม่ตอบ เขานั่งชันเข่าก้มหน้าอยู่เงียบๆ อีกฝ่ายถอนหายใจหน่อยๆ

                “บอกหน่อยสิ เด็กอย่างนายออกมาทำอะไรใกล้เขตแดนในวันที่พายุหิมะเข้าน่ะ”

                “เกี่ยวอะไรกับคุณล่ะ”

                “ก็จะส่งนายกลับบ้านน่ะสิ แถวนี้ไม่ใช่ที่ที่ควรจะมีเด็กมาป้วนเปี้ยน นอกซะจากว่าจะหลงทาง”

                “ผมไม่ได้หลงทาง ตั้งใจจะมาต่างหาก”

                “งั้นเหรอ.. หนีออกจากบ้านสินะ”

                “ไม่ได้หนี! ผมกำลังเดินทางต่างหาก!!”

                “อ่าฮะ”  ผู้ชายคนนั้นยิ้มอย่างมีชัย ในที่สุดเด็กชายก็ยอมตอบเรื่องที่เขาถามจนได้

                “มะ ไม่พูดแล้ว!!” 

                ความเงียบเข้าครอบคลุม คูลเบ้ปาก หงุดหงิดที่ตัวเองดันโผล่งความลับ(?)ของตัวเองออกไป เขายื่นมือออกไปอังไฟให้อุ่น

                ผ่านไปเกือบ5นาที ไม่มีเสียงใดๆหลุดออกมา จนเริ่มอัดอัด..

                “นี่ คุณน่ะ..”  คูลพูดเบาๆ  “คุณมาทำอะไรแถวนี้”

                “ออกนอกเมือง”

                “เห ทหารน่ะ ปกติเขาไม่ออกไปไหนนี่  ไปรับราชการเหรอ”

                “....”  ชายหนุ่มเบือนหน้าหนี  “เปล่า”

                “แล้วทำไมล่ะ?”

                “ถ้ายังถามเรื่องนี้อีกฉันจะจับนายมาทำเป็นอาหารซะ”

                คูลยิ้มกว้างยอมปิดปากแต่โดยดี ไม่รู้ทำไม สายตาที่หมอนั่นมองตะกี้มันชวนสยองแปลกๆ

                “งั้นผมถามเรื่องอื่นก็ได้” 

                “…”

                “คุณชื่ออะไร?”

                “ทำไม สนใจงั้นเหรอ ไหนว่าเกลียดทหาร?”

                “ใครว่าผมสนใจ ก็แค่ตกที่นั่งเดียวกัน รู้จักกันหน่อยก็ไม่แปลก”

                “นั่นสินะ เดี๋ยวฉันก็จะส่งนายกลับบ้านแล้ว..”

                “อย่าพูดว่าจะส่งผมกลับบ้านอีกนะ ผมไม่อยากกลับ..ขืนกลับไปตอนนี้มีเฮกันล่ะครับ”

                คนเป็นทหารฟังแล้วแอบยิ้ม  “ทุกคนเรียกฉันว่า เอียน”

                “เหอ นั่นชื่อเหรอครับ?”

                ‘เอียน’ ไม่พูดอะไร เอาแต่ส่งยิ้มสยองมาให้ เด็กชายจึงยอมเลิกการพูดจากวนส่งติง...

                “นายล่ะ”

                “คูล..ไรเบิร์ก คูลเลอร์”

                ชายหนุ่มเบิกตาโตเมื่อได้ยินชื่อ ก่อนจะปั่นหน้านิ่งเหมือนเดิม  “ไรเบิร์กงั้นเหรอ”

                คูลพยักหน้างึกงัก เจ้าเซียที่เพิ่งตื่นลุกขึ้นมานัยเนียแขนของเขาพักใหญ่ เขาดันหัวมันออกแล้วขยี้ไปมา  “อย่าเลียแขนน่าเซีย!”

                “เซีย? ไรเบิร์ก เซีย?”

                “คุณรู้จักด้วยเหรอ”  คูลทำตาโต หันมาให้ความสนใจเอียน 

                “รู้จักสิ เขาเป็นนักเดินทางมีชื่อเสียงอยู่ในช่วงที่เพิ่งเข้ามาในเมืองนี้ใหม่ๆ”

                “และเขาก็เป็นพ่อของผม”

                “นั่นสินะ...”  เอียนตอบรับ เขาเห็นเด็กชายเงียบไปพอพูดถึงพ่อของเขา  “แล้วทำไมถึงเอามาตั้งชื่อหมาล่ะ”

                “ตอนนั้นพ่อซื้อหมาให้เป็นของขวัญวันเกิด ผมดีใจมากเลยตั้งชื่อว่า เซีย ตามชื่อของพ่อ พ่อโกรธใหญ่เลยล่ะ ไม่คุยด้วยตั้ง3วัน”  คูลยิ้มนิดๆ ขยี้ใบหูของเซียไปมา  “แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่แล้วล่ะ”

                “อืม....”

                คูลถอนหายใจ ดึงเสื้อคลุมตัวใหญ่ที่คาดว่าจะเป็นของเอียนขึ้นมา  “นี่ของคุณใช่มั้ย ขอยืมก่อนนะ”

                “ตามสบาย”

                “จากตรงนี้ไปอีกไกลมั้ยกว่าจะถึงเขตแดน”

                “ไม่เท่าไร”  เอียนตอบ  “นายเลิกคิดซะเถอะ ยังไงนายควรจะกลับบ้านไปใช้ชีวิตธรรมดาๆเหมือนเด็กทั่วๆไป”

                “ผมไม่กลับหรอก จะไปให้ได้”

                “....”

                “ทำไมคุณถึงอยากให้ผมกลับบ้าน”

                “ข้างนอกมันอันตราย เด็กอย่างนายไม่รู้หรอก”

                เด็กชายขมวดคิ้วแทบจะพันกัน คำก็เด็ก 2คำก็เด็ก! “ผมอายุ15แล้วนะ!! ไม่เด็กแล้ว!!”

                “…..”  ชายหนุ่มปรายตามองอย่างเหนื่อยใจ ประมาณว่า 15 นั่นคือโตแล้วรึวะครับคุณน้อง??

                “ถ้าคุณไม่อยากให้ผมไป ผมก็จะไม่ไป..ไม่ไปกับคุณน่ะ แต่จะไปทางอื่นแทน โอเคมั้ยครับแบบนี้??”  ชักจะฉุนแล้วนะ คนเขาอุตส่าห์ละทิฐิคุยด้วยแล้วยังมาทำให้อารมณ์เสียอีก!!

                “อะไรทำให้นายดึงดันจะไปถึงขนาดนั้นนะ”  เอียนส่ายหัว  “ตามใจนายละกัน ฉันจะไปตามทางของฉัน นายก็ไปทางของนายแล้วกัน”  เขากล่าวสั้นๆแล้วลุกขึ้น  “พายุสงบแล้ว ฉันจะไปแล้ว”

                “เฮ้ เดี๋ยว แล้วเสื้อนี้ล่ะ”  คูลร้อง

                เอียนปรายตามองนิดๆ  “ให้นายก็แล้วกัน กลัวว่าจะไปนอนหนาวตายที่ไหน อย่างน้อยก็ยังมีผ้าห่มเอาไว้”

                เฮ้!! ใครว่าผมจะไปนอนหนาวตายน่ะ!!  “จะไปจริงๆเหรอ”

                “อืม”

                “แล้วผมละ”

                “เรื่องของนาย ให้กลับบ้านไม่ยอมกลับ อยากจะไปหาที่หนาวๆตายอีก”

                คูลฉุนหนัก  “ผมไม่หนาวตายหรอกน่า อย่างน้อยก็ขอไม่ตายอนาถแบบนั้นหรอก!!” 

                “แล้วนายจะเอายังไง ฉันจะรีบไปก่อนที่พายุจะเข้าอีกรอบ”

                “ชิ...”  เด็กชายเดาะลิ้น  “ก็ได้ ถ้าคุณอยากให้ผมไปขนาดนั้นล่ะก็ ผมจะยอมไปกับคุณก็ได้”

                ชายหนุ่มขมวดคิ้วหนัก อะไรนะ??  “ใครบอกว่าจะให้นายไป”

                “คุณอย่าทำเป็นลืมสิ ผมน่ะจำได้หมดทุกคำนะ คุณพูดว่าถ้าจะเดินทางยังไงก็ให้ไปกับคุณ อย่าไปคนเดียว”

                “ฉันพูดว่านายจะไปทางไหนก็เรื่องของนายต่างหาก”

                “อะไร๊! อย่ามามั่วนะ ผมจำได้!”

                จำได้กะผีสิวะครับ ไอ้ที่พูดมาน่ะมั่วแหลกเลยไม่ใช่เร๊อะ!!

                “ก็ประมาณนั้นแหละนะ~”

                ประมาณบ้าอะไร ! อย่ามามึน!!

                “ผมจะไปกับคุณ แค่นั้นแหละ”  คูลประกาศลั่น อุ้มลูกหมาขึ้นมา อีกมือคว้ากระเป๋า  “เสื้อคลุมนี้คืนคุณล่ะกัน แค่นี้ผมไม่แข็งตายหรอก”

                เอียนกรอกตาไปมา ดึงเสื้อคลุมตัวกลับจากเจ้าตัวปัญหา  “มากับฉัน มีกฏอยู่3ข้อ”

                “ว่า?”

                “1.ต้องฟังฉัน 2.ห้ามเถียง 3.สงสัยหรือขัดใจอะไรให้กลับไปข้อ1”

                “กฎบ้าอะไร มุขนี้ผมเคยได้ยินตั้งนานแล้ว!!”

                “ตามนั้น ถ้าจะมากับฉัน นายต้องฟังที่ฉันพูด”

                “ถ้าไม่ฟังล่ะครับ?”

                “เตรียมเป็นอาหารของสัตว์ในป่าได้เลย”  เอียนพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินนำออกไปจากถ้ำ กองหิมะสีขาวทับถมกันแทบจะเดินขึ้นไม่ได้ คงใช้เวลานานเลยทีเดียวกว่าจะไปถึงเขตแดน เฮ้อ...  “แต่ฉันว่านายคงไม่อยากไปกับฉันหรอกถ้ารู้ความจริงน่ะ”

                “รู้อะไร? ช่างเถอะ ยังไงขอแค่ออกไปจากที่นี่เท่านั้นก็พอแล้ว”

 

                สำหรับเอียนแล้ว ตัวปัญหาเพิ่งจะเพิ่มเข้ามาอีกตัว... จะทำยังไงกับเด็กจอมมั่วนิ่ม+ดื้อดึงแบบนี้ดีนะ??

+++++++++++++++++++++++++
 
ปล.ขอบคุณที่เข้ามานะคะ
ปล.2 แต้งกับเม้นนะคะอลอยมิ๊<3  รินมีกำลังใจขึ้นเลยค่ะ /ถึงหนังตาตอนนี้จะหลับ... ไม่เกี่ยวเนอะ ฮ่าๆๆๆ

Comment

Comment:

Tweet

อายยยยยยยยยตู๋มมมมมมมมมมมมมมมมม ! >< เก๊ารอตู๋มมมมอยู๋น๊า ~~~ ><

#2 By Sorairo Aoi on 2013-05-05 03:48

โอ้ะๆๆ ตอน 2 มาแล้ว *ไม่ได้เข้า Exteen ซะนาน*
อูวว คุณทหารเอียน สุดท้ายเถียงกันไปเถียงกันมา ก็ต้องพาน้องคูลไปด้วยอยู่ดี double wink (+ แถมน้องหมาไปด้วย)
ว่าจะเข้ามาอ่านนานแล้ว ไปๆมาๆ เค้าติดเกมส์ อ๊ากก ขอโทษนะ //โดนชก
รอตอนสามจ้าาาา ♥
ขยันเขียนไปเรื่อยๆ อูวววว

#1 By Aloil ♠ Iyochan on 2012-12-31 14:27